อัพเดทตลอดเวลา

6 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ xiaomi 2026 รุ่นไหนดี

หน้าแรก > 6 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ xiaomi 2026 รุ่นไหนดี

6 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ xiaomi 2026 รุ่นไหนดี

1
Xiaomi Smart Air Purifier 4 Lite เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ กรองฝุ่น PM2.5 รองรับ Google Assistant

Xiaomi Smart Air Purifier 4 Lite เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ กรองฝุ่น PM2.5 รองรับ Google Assistant

  • กรองฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 99.97%
  • ครอบคลุมพื้นที่สูงสุด 120 ตารางเมตร
  • หน้าจอสัมผัส LED แสดงค่าฝุ่น PM2.5 และสภาพอากาศ
  • เซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิ ความชื้น และฝุ่นละเอียด
  • ควบคุมผ่านมือถือและสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ
  • ทำงานเงียบเพียง 33.4 เดซิเบล เหมาะกับห้องนอน
2
Xiaomi Smart Air Purifier 4 เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ

Xiaomi Smart Air Purifier 4 เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ

  • กรองฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 99.97%
  • ครอบคลุมพื้นที่ห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • หน้าจอสัมผัส LED ใช้งานง่าย
  • ควบคุมผ่านมือถือและสั่งงานด้วยเสียง
  • ทำงานเงียบ ไม่รบกวนการพักผ่อน
  • รับประกันศูนย์ไทย 1 ปี
3
Xiaomi Smart Air Purifier 4 Compact เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ Global Version ขนาดกะทัดรัด รองรับ Google Assistant

Xiaomi Smart Air Purifier 4 Compact เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ Global Version ขนาดกะทัดรัด รองรับ Google Assistant

  • CADR 230 ลบ.ม./ชม. กรองอากาศได้รวดเร็ว
  • ครอบคลุมห้องขนาด 16–27 ตร.ม.
  • ทำงานเงียบ ระดับเสียงต่ำสุด 18.3 เดซิเบล
  • ควบคุมผ่านแอป Mi Home และ Google Assistant
  • ดีไซน์กะทัดรัด น้ำหนักเบาเพียง 2.2 กก.
  • แผ่นกรองคุณภาพสูง อายุใช้งาน 6–12 เดือน
4
Xiaomi Smart Pet Care Air Purifier เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะสำหรับสัตว์เลี้ยง ดูดซับกลิ่น ควบคุมผ่านแอป พร้อมเซ็นเซอร์เลเซอร์

Xiaomi Smart Pet Care Air Purifier เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะสำหรับสัตว์เลี้ยง ดูดซับกลิ่น ควบคุมผ่านแอป พร้อมเซ็นเซอร์เลเซอร์

  • ระบบกรองดูดซับกลิ่นสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ
  • เซ็นเซอร์เลเซอร์ตรวจจับคุณภาพอากาศเรียลไทม์
  • ควบคุมอัจฉริยะผ่านแอป Mi Home
  • ลดขนสัตว์ ฝุ่น และสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ
  • ดีไซน์กะทัดรัด สวยงาม วางง่าย
  • ทำงานเงียบ ไม่รบกวนสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ
5
Xiaomi Smart Air Purifier 4 Pro เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ รองรับ Google Assistant พร้อมจอ OLED

Xiaomi Smart Air Purifier 4 Pro เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ รองรับ Google Assistant พร้อมจอ OLED

  • CADR อนุภาคสูงถึง 500 ลบ.ม./ชม.
  • ครอบคลุมพื้นที่ 35–60 ตร.ม.
  • ไส้กรอง 3-in-1 อายุใช้งาน 6–12 เดือน
  • จอ OLED แสดงผลแบบเรียลไทม์
  • รองรับ Mi Home, Google Assistant และ Alexa
  • ทำงานเงียบ ระดับเสียงต่ำสุดเพียง 33.7 dB(A)
6
Xiaomi Smart Air Purifier Elite เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ กำจัดสารก่อภูมิแพ้ พร้อมไฟ UV LED เทคโนโลยีพลาสมา และการกรอง 3-in-1

Xiaomi Smart Air Purifier Elite เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ กำจัดสารก่อภูมิแพ้ พร้อมไฟ UV LED เทคโนโลยีพลาสมา และการกรอง 3-in-1

  • Particle CADR 600 ลบ.ม./ชม. ฟอกอากาศรวดเร็ว
  • กรองแบบทรีอินวัน กำจัดฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้
  • ไฟ UV LED และเทคโนโลยีพลาสมาเพื่อฆ่าเชื้อและลดกลิ่น
  • ดีไซน์กะทัดรัด น้ำหนัก 6.5 กก. ใช้งานสะดวก
  • อุปกรณ์ครบชุดพร้อมใช้งานในกล่อง
  • เหมาะสำหรับบ้านและห้องพักขนาดกลางถึงใหญ่

แบรนด์ยอดนิยม

กำลังมองหา เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่นไหนใช้ดี คุ้มค่า คุ้มราคา สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้จริง ทำงานเสียงเงียบ ประหยัดไฟ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือก เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่นไหนดี และเลือกยังไง เรามีวิธีการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ฟอกอากาศได้สะอาด และคุ้มค่าราคาที่สุด ดังนี้

1) ขนาดห้องและอัตราหมุนเวียนอากาศ (ACH)

  • วัด “พื้นที่ × ความสูงฝ้า” เพื่อได้ปริมาตรห้อง (ลูกบาศก์เมตร, m³)
    ตัวอย่าง: ห้องนอน 20 m² × 2.6 m = 52 m³

  • ต้องการอากาศสะอาดเร็วแค่ไหน? ดู ACH (Air Changes per Hour)
    สูตรคร่าวๆ: ACH = CADR / ปริมาตรห้อง (CADR เป็น m³/h)
    ถ้าตั้งเป้า 5 ACH สำหรับ 52 m³ ⇒ ต้องการ CADR ≈ 260 m³/h

  • ไกด์เร็วๆ
    ห้องเล็ก ≤ 20 m²: มองรุ่น Compact / Lite
    ห้องกลาง 21–35 m²: ดูรุ่นมาตรฐาน
    ห้องใหญ่ 36–60 m²: ดูรุ่น Pro

2) ค่า CADR (Clean Air Delivery Rate)

  • ยิ่ง CADR สูง ยิ่งฟอกอากาศได้เร็ว เหมาะกับห้องใหญ่หรือบ้านที่ฝุ่นเยอะ

  • ให้เทียบ CADR กับปริมาตรห้องเสมอ (อิงข้อ 1) ไม่ใช่ดูตัวเลขลอยๆ

  • ถ้าบ้านมี PM2.5 บ่อย เลือก CADR เผื่อ (สูงกว่าที่คำนวณเล็กน้อย)

3) ระบบไส้กรองและความสามารถในการดักจับ

  • เลือกไส้กรองแบบหลายชั้น: Prefilter (ดักฝุ่นใหญ่) + HEPA/ประสิทธิภาพสูง (ดัก PM2.5, สารก่อภูมิแพ้) + คาร์บอนกัมมันต์ (ดูดซับกลิ่น/ควัน)

  • ดูสเปกความละเอียดการกรอง (เช่น ดัก PM2.5 / ละอองเกสร / ขนสัตว์ / สปอร์เชื้อรา)

  • ถ้ากังวล “กลิ่น/ควันบุหรี่/สารระเหย” ให้เน้นชั้นคาร์บอนที่มากและหนา

4) เซนเซอร์ตรวจวัดและจอแสดงผล

  • ควรมี เซนเซอร์ PM2.5 แบบเรียลไทม์ และไฟ/จอที่แสดงสถานะคุณภาพอากาศ

  • บางรุ่นมี TVOC (สารระเหย) ช่วยเรื่องกลิ่นและสารเคมีในบ้าน

  • จอที่อ่านง่าย + โหมดอัตโนมัติช่วยปรับแรงลมตามค่าฝุ่นจริง ประหยัดและสะดวก

5) เสียงรบกวนและโหมดกลางคืน

  • ห้องนอนควรเช็ก ระดับเสียง (dB) ในโหมด Sleep/Low ให้เงียบมากที่สุด

  • พิจารณา “ไม่มีแสงรบกวน” หรือปรับลดความสว่างหน้าจอได้

6) สมาร์ตฟีเจอร์ (Xiaomi Home / Mi Home)

  • เชื่อมต่อแอป Xiaomi Home เพื่อดูค่าฝุ่น ควบคุมโหมด ตั้งเวลา อัตโนมัติ

  • ซีนอัตโนมัติ: เปิดแรงเมื่อค่าฝุ่นเกิน X, ปิดเมื่ออากาศดี

  • รองรับสั่งงานด้วยเสียง/อีโคซิสเต็มสมาร์ตโฮมหรือไม่ (ถ้าจำเป็น)

7) พลังงานและค่าไฟ

  • เช็ก กำลังไฟสูงสุด (W) และโหมด Sleep/Auto ที่กินไฟต่ำ

  • ใช้จริงส่วนใหญ่เปิดยาวทั้งวัน เลือกรุ่นที่มีโหมดประหยัดหรือปรับรอบอัตโนมัติ

8) ค่าใช้จ่ายระยะยาว (TCO)

  • ดู ราคาไส้กรอง และ อายุการใช้งาน (มัก 6–12 เดือน แล้วแต่สภาพฝุ่น/ชั่วโมงใช้งาน)

  • ตรวจว่ามี ไส้กรองแท้ หาซื้อง่าย มีหลายร้าน ราคาไม่แรง

  • เปรียบเทียบ “ราคาตัวเครื่อง + ค่าไส้กรองต่อปี” เพื่อความคุ้มค่าจริง

9) งานประกอบ ความทนทาน และการดูแล

  • ถอดล้าง Prefilter ง่ายหรือไม่ (ช่วยยืดอายุไส้กรองหลัก)

  • ล้อเลื่อน/หูจับ เคลื่อนย้ายสะดวกไหม ถ้าต้องย้ายห้องบ่อย

  • วัสดุดี แข็งแรง ไม่สั่น ไม่เกิดเสียงกังวานเมื่อเปิดแรงสุด

10) ความปลอดภัยและมาตรฐาน

  • ดู ระบบล็อกเด็ก (Child Lock) ป้องกันกดปุ่มเล่น

  • มาตรฐาน/การรับรองความปลอดภัย และการรับประกันจากศูนย์ในไทย

  • หลีกเลี่ยงเทคโนโลยีที่ก่อโอโซนในพื้นที่ปิด (ถ้ามี)

11) การรับประกันและบริการหลังการขาย

  • ระยะเวลาประกันตัวเครื่อง และเงื่อนไข (มอเตอร์/บอร์ด)

  • ความพร้อมของศูนย์บริการ/อะไหล่ในไทย ช่องทางติดต่อที่ชัดเจน

12) ประสบการณ์ผู้ใช้จริงและรีวิว

  • อ่านรีวิวเรื่อง “เสียงในโหมดกลางคืน”, “ความไวของเซนเซอร์”, “กลิ่นใหม่จากเครื่อง/ไส้กรอง”

  • ดูรูปรีวิวจริงในห้องขนาดใกล้เคียงกับของคุณ เพื่อเทียบผลลัพธ์